แชร์

วัดอ่างแก้วภาษีเจริญ

อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2025
91 ผู้เข้าชม

วัดอ่างแก้วเป็นวัดหนึ่งในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกายมีพระเกจิอาจารย์ที่สำคัญ คือท่านพระครูพรหมโชติวัฒน์ ที่ร่ำลือเรื่องพุทธคุณ บริเวณวัด ตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ทิศเหนือติดต่อกับคลองภาษีเจริญ ตลอดแนวยาว 114 เมตร ทิศตะวันออกติดคลองขวาง มีอีกชื่อหนึ่งว่าคลองโคนอนระยะ 142 เมตร ทิศใต้มีความยาว 117ติดต่อกับถนนพัฒนาการ (เดิม) ปัจจุบันคือถนนเทอดไท ทิศตะวันตกติดต่อกับ โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) ระยะ 117 เมตรและที่ดินเอกชน ลักษณะพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มติดคลองทั้งด้านหน้าและด้านข้าง มีกำแพงก่ออิฐถือปูนกั้นตรงชิดถนน เป็นเขตประตูเข้าออกของวัด วัดนี้มีลักษณะพิเศษคือ ด้านหน้าวัดนั้นมีลานสนามทราย ซึ่งเป็นวัดนี้เป็นวัดที่มีลานทรายด้านหน้าพระอุโบสถเหลือเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมาแต่โบราณ ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์) ทุก ๆ ปี จะมีประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นที่ลานทรายแห่งนี้ และสรงนำหลวงพ่อโต อีกทั้งยังมีจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถเรื่องพุทธประวัติที่สวยงามอีกด้วย

ประวัติความเป็นมาของวัด
[แก้]
วัดอ่างแก้วเป็นวัดโบราณ บางตำรากล่าวว่ามีครั้งกรุงศรีอยุธยา แล้วมาทำการบูรณะขึ้นอีกทีในสมัยรัชกาลที่ 3 บางตำราว่าสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2419 ตั้งแต่ได้ขุดคลองภาษีเจริญได้ 8 ปี โดยท่านเจ้าคุณพระภาวนาโกศลเถระ (รอด) ซึ่งแต่เดิมท่าได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโคนอน ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากวัดอ่างแก้วนี้นัก ได้บอกบุญแก่ชาวบ้านให้ซื้อที่ดินและสัมภาระในการสร้างวัดนี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีของท่าน เมื่อครั้งหลังการสร้างวัดต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาในสมัยนั้นบริจาคเรือนไทยไม้สักให้อีกหลายหลัง (ในปัจจุบันนี้ยังมีอยู่หลายหลัง) เมื่อไดจัดการเรียบร้อยแล้วจึงให้พระภิกษุที่เป็นสัทธิวิหาริกของท่านจำนวน 5 รูป มาอยู่จำพรรษา และแต่งตั้งให้พระอธิการเบี้ยว อินฺทสุวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาส การสร้างอุโบสถได้กระทำการสร้างต่อมา และเสร็จเรียบร้อยเมื่อปีฉลู พ.ศ. 2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปีเดียวกัน วัดอ่างแก้วนี้จึงมีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง 19.25 เมตร ยาว 30.72 เมตร พร้อมทั้งทำการผูกพัทธสีมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2421

เกี่ยวกับชื่อวัดเดิมที่มีประวัติว่าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณที่สร้างอุโบสถ เดิมทีที่ดินมีลักษณะเป็นอ่างน้ำใสขังอยู่ ท่านเจ้าคุณพระภาวนาโกศลจึงถือเอาลักษณะที่ดินแห่งนั้น มาตั้งเป็นนามวัดว่า วัดอ่างแก้ว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
ประวัติทางการศึกษาของวัดในสมัยโบราณแต่เดิมมา วัดอ่างแก้วได้สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมจากสำนักเรียนต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัยเพื่อสำหรับการศึกษาของชาติ ด้วยความต้องการของบุตรหลานของประชาชนในย่านบางหว้า ได้มีโรงเรียนที่จะทำให้ให้บุตรหลานได้มีโอกาสเรียนหนังสือ มีความรู้ อ่านออกเขียนได้ในระดับประถมศึกษา จึงได้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนวัดอ่างแก้ว โดยในระยะแรกใช้ศาลาวัดเป็นที่ศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่ปี 2475 และต่อมาวัดได้ให้ที่ดินสร้างโรงเรียนประชาบาลภายในวัด (ซึ่งในปัจจุบันคือโรงเรียนอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ)) พร้อมทั้งสิ่งเสริมการศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาด้วย

ที่มา https://th.wikipedia.org

สั่งพวงหรีดที่ พวงหรีด จงธรรมดี ส่งฟรีถึงศาลา เปิดบริการทุกวัน พร้อมแบบหลากหลายให้เลือก
พวงหรีดใกล้วัด วัดอ่างแก้ว พวงหรีดพัดลม พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีด สั่งพวงหรีด พัดลมพวงหรีด พวงหรีดใกล้ฉัน www.wreathchongthamdee.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
วัดแก้วไพฑูรย์ เดิมชื่อ "วัดบางประทุนใน"
วัดแก้วไพฑูรย์ ตั้งอยู่ในแขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ "วัดบางประทุนใน" เนื่องจากตั้งอยู่ริมคลองบางประทุน ซึ่งในอดีตเป็นชุมชนที่เรียกว่า "ข้าหลวงเดิม" เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ประมาณปี พ.ศ. 2390
วัดภาณุรังษี เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมถนนจรัญสนิทวงศ์
วัดภาณุรังษี เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยมีหลักฐานบางส่วนระบุว่าสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2223 เดิมวัดแห่งนี้ตั้งอยู่กลางสวนผลไม้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "วัดกลางสวน" หรือบางครั้งก็ถูกเรียกว่า "วัดบางงู" ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดบางพลูใน" ตามชื่อคลองบางพลูที่ไหลผ่านด้านทิศใต้ของวัด ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับวัดใกล้เคียงอีกสองแห่งคือ "วัดบางพลูบน" (วัดเทพากร) และ "วัดบางพลูล่าง" (วัดเทพนารี)
วัดนินสุขาราม
วัดนินสุขารามถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาของ นายนิน และ นางทองสุข ชูสังข์ ซึ่งท่านทั้งสองได้สละที่ดินส่วนตัวจำนวน 25 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับสร้างวัด ด้วยเหตุนี้ชื่อของวัดจึงถูกตั้งขึ้นโดยนำชื่อของท่านทั้งสองมารวมกัน คือ "นิน" (จากนายนิน) และ "สุข" (จากนางทองสุข) กลายเป็นชื่อ "วัดนินสุขาราม" เพื่อเป็นการให้เกียรติและอนุสรณ์แก่ผู้บริจาคที่ดิน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy