แชร์

วัดเวฬุราชิน: เพชรน้ำงามริมคลองภาษีเจริญและประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2025
246 ผู้เข้าชม

วัดเวฬุราชิน: เพชรน้ำงามริมคลองภาษีเจริญและประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

วัดเวฬุราชิน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๗๙ ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร บนฝั่งตะวันออกของคลองภาษีเจริญ วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในพระอารามที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ซึ่งเป็นยุคสมัยที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรือง และมีการสร้างวัดวาอารามจำนวนมาก วัดเวฬุราชินไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในย่านฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน

ประวัติการสร้าง: จากพื้นที่ส่วนพระองค์สู่พระอารามหลวง

วัดเวฬุราชินสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. ๒๓๖๗ ๒๓๙๔) โดยพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ (พระองค์เจ้าศิริวงศ์) พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างขึ้นบนที่ดินส่วนพระองค์ที่ทรงได้รับพระราชทานจากพระราชบิดา เดิมบริเวณนี้เป็นสวนและบ้านเรือนราษฎร ต่อมาได้ทรงอุทิศที่ดินดังกล่าวเพื่อสร้างวัดขึ้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า "วัดเวฬุราชิน" อันมีความหมายว่า "วัดของพระราชินีไม้ไผ่" หรือ "วัดพระราชาผู้ทรงเป็นดุจไม้ไผ่" ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะภูมิประเทศเดิมที่มีต้นไผ่ขึ้นอยู่มาก หรือเป็นชื่อที่ทรงพระราชทานขึ้นเป็นมงคลนาม

การสร้างวัดเวฬุราชินใช้เวลาดำเนินการอยู่หลายปี โดยมีการควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดจากกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ เมื่อการก่อสร้างสำเร็จสมบูรณ์ จึงได้มีการเฉลิมฉลองและถวายเป็นพระอารามหลวง ซึ่งนับเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นในยุคนั้น

สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม: ความงดงามแห่งรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วัดเวฬุราชินโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบไทยประเพณีที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของศิลปะในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีการตัดทอนลวดลายวิจิตรบรรจงลง เน้นความเรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความสง่างามและความแข็งแรง

พระอุโบสถ: เป็นอาคารประธานของวัด สร้างตามแบบแผนพระอุโบสถไทยทั่วไป คือ มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ภายในประดิษฐานพระประธาน "พระพุทธศรีนรินทร์" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ผนังภายในพระอุโบสถเคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ แต่บางส่วนได้เลือนหายไปตามกาลเวลาและมีการบูรณะซ่อมแซมเพิ่มเติมในภายหลัง การตกแต่งภายนอกเน้นความเรียบง่าย แต่มีลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันและซุ้มประตูหน้าต่างที่ยังคงร่องรอยความงามในอดีต
พระวิหาร: ตั้งอยู่ใกล้กับพระอุโบสถ สร้างในรูปแบบเดียวกันกับพระอุโบสถ แต่มีขนาดเล็กกว่า ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ
เจดีย์: วัดเวฬุราชินมีเจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบลังกาผสมกับแบบไทยประยุกต์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์รายล้อมอีกหลายองค์ ซึ่งมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งเจดีย์ทรงระฆังและเจดีย์ทรงเครื่องประดับลวดลายปูนปั้น
ศาลาการเปรียญ: เป็นอาคารไม้ที่สร้างขึ้นในสมัยหลังเพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจ การเรียนการสอนพระปริยัติธรรม และเป็นที่พักของพระสงฆ์ อาคารนี้สะท้อนถึงงานช่างไม้ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย
หอระฆังและหอกลอง: สร้างขึ้นในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นและไม้แกะสลัก แสดงให้เห็นถึงความประณีตของช่างฝีมือในสมัยนั้น
อาคารเสนาสนะ: ภายในวัดยังมีกุฏิสงฆ์ ศาลาต่างๆ และอาคารประกอบที่สร้างขึ้นตามยุคสมัยต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานและพัฒนาการของวัด
ความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและชุมชน

วัดเวฬุราชินเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของชุมชนริมคลองภาษีเจริญและย่านบางยี่เรือมาตั้งแต่ครั้งอดีต วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน เช่น การทำบุญตักบาตร การฟังเทศน์ การเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา แต่ยังเป็นแหล่งรวมจิตใจและเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของชุมชน

การศึกษาพระปริยัติธรรม: วัดเวฬุราชินมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมมาโดยตลอด มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับพระภิกษุสามเณร และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศาสนาสำหรับฆราวาส
บทบาททางสังคม: วัดเป็นที่พึ่งทางใจและเป็นแหล่งรวมกิจกรรมทางสังคมของชุมชน เช่น งานประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ การจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และเป็นสถานที่จัดงานบำเพ็ญกุศล
ความผูกพันกับราชสำนัก: การที่วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓ และได้รับพระราชทานนามจากพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันใกล้ชิดระหว่างวัดกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่ต้น ทำให้วัดเวฬุราชินมีสถานะและเกียรติภูมิที่สำคัญ
การอนุรักษ์มรดก: วัดได้มีการดูแลรักษาและบูรณะปฏิสังขรณ์อาคารสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันทรงคุณค่าไว้ให้คงอยู่คู่ชุมชนและประเทศชาติ
วิถีชีวิตริมคลองภาษีเจริญและวัดเวฬุราชิน

การตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญทำให้วัดเวฬุราชินมีความผูกพันอย่างแยกไม่ออกกับวิถีชีวิตริมน้ำในอดีต คลองภาษีเจริญเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในการเดินทาง การค้าขาย และการดำเนินชีวิตของผู้คน การสัญจรทางน้ำทำให้วัดเข้าถึงได้ง่ายและเป็นจุดศูนย์รวมของชุมชนคลองภาษีเจริญ

แม้ในปัจจุบันบทบาทของคลองจะลดน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีเรือโดยสารวิ่งผ่าน และภาพของวัดที่ตั้งสง่างามริมคลองก็ยังคงเป็นภาพที่คุ้นตาและเป็นสัญลักษณ์ของย่านธนบุรี ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับบรรยากาศของวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงมีกลิ่นอายของอดีต

การเดินทางและการเยี่ยมชม

วัดเวฬุราชินตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายในการเดินทาง สามารถเดินทางได้หลากหลายวิธี:

รถไฟฟ้า BTS: ลงสถานีตลาดพลู จากนั้นต่อรถประจำทางหรือรถจักรยานยนต์รับจ้างไม่ไกล
รถโดยสารประจำทาง: มีรถประจำทางหลายสายผ่านถนนเทอดไท เช่น สาย ๔, ๙, ๔๓, ๕๗, ๘๔, ๘๔ก, ๑๐๑, ๑๐๘, ๑๔๗, ๑๖๕, ๕๔๗
เรือคลองภาษีเจริญ: หากต้องการสัมผัสบรรยากาศริมน้ำ สามารถนั่งเรือคลองภาษีเจริญมาลงที่ท่าเรือวัดเวฬุราชินได้โดยตรง
การเยี่ยมชมวัดเวฬุราชิน จะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับความสงบ ร่มรื่น และความงดงามของศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น พร้อมทั้งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนฝั่งธนบุรี

สั่งพวงหรีดที่ พวงหรีด จงธรรมดี ส่งฟรีถึงศาลา เปิดบริการทุกวัน พร้อมแบบหลากหลายให้เลือก
พวงหรีดใกล้วัด วัดเวฬุราชิน พวงหรีดพัดลม พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีด สั่งพวงหรีด พัดลมพวงหรีด พวงหรีดใกล้ฉัน www.wreathchongthamdee.com

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
วัดยาง (บางจาก) เป็นวัดเก่าแก่ในฝั่งธนบุรี
วัดยาง (บางจาก) เป็นวัดเก่าแก่ในฝั่งธนบุรี ตั้งอยู่ในแขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ติดกับคลองบางจาก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ประมาณปี พ.ศ. 2383
วัดพุทธบูชา
การก่อตั้ง: วัดพุทธบูชาเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 โดยมี นายเล็ก และ นางทองคำ เหมือนโค้ว เป็นผู้ถวายที่ดินและดำเนินการก่อสร้างวัด
วัดกลางเกร็ด ตั้งอยู่บนเกาะเกร็ด
วัดกลางเกร็ด ตั้งอยู่บนเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ราวปี พ.ศ. 2275-2301 จากหลักฐานการขุดพบพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเหลือบลงต่ำ และพระเกศาขมวดปมเล็กละเอียด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy